Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

   
 
แนวคิด...นโยบายหลัก...กับการก้าวเข้าสู่มาตรฐาน GMP และการคงไว้ซึ่งความสำเร็จให้ยั่งยืน การผลิตเส้นก๋วยเตี๋ยวให้ปลอดภัย ผู้ผลิตต้องคํานึงถึงผู้บริโภค ต้องใส่ใจให้เส้นก๋วยเตี๋ยวมีความปลอดภัยทั้งด้านกายภาพ (เศษหิน ดิน ทราย ฯลฯ) เคมี (สารเคมี สารกันบูด ฯลฯ) และจุลินทรีย์โดยเฉพาะจุลินทรีย์ชนิดที่ทําให้เกิดโรค โดยผู้ผลิตต้องมีความเข้าใจในวิธีการปฏิบัติของหลักเกณฑ์ GMP อย่างลึกซึ้ง และต้องปฏิบัติตามอย่างถูกต้อง รวมถึงต้องฝึกตนให้มีวินัย สะอาดและมีสุขลักษณะที่ดีอย่างเสมอต้นเสมอปลาย อันจะเป็นการเริ่มต้นและคงไว้ซึ่งความสําเร็จอย่างยั่งยืนได้

จี.เอ็ม.พี : GMP (Good Manufacturing Practice) แปลว่า หลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตอาหาร
GMP เป็นเกณฑ์หรือข้อกําหนดขั้นพื้นฐานที่จําเป็นในการผลิตและควบคุมเพื่อให้ผู้ผลิตปฏิบัติตาม ทําให้สามารถผลิตอาหารได้อย่างปลอดภัย
GMP เน้นการป้องกันและกําจัดความเสี่ยงที่อาจทําให้อาหารเป็นพิษ เป็นอันตราย หรือเกิดความไม่ปลอดภัยแก่ผู้บริโภค
GMP เป็นระบบประกันคุณภาพที่มีการปฏิบัติ และพิสูจน์จากกลุ่มนักวิชาการด้านอาหารทั่วโลกว่าสามารถทําให้อาหารเกิดความปลอดภัย
       เป็นที่เชื่อถือยอมรับจากผู้บริโภค
ถ้าสามารถปฏิบัติตามแนวทาง GMP ที่กําหนดได้ทั้งหมด ก็จะทําให้อาหารที่ผลิตมีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และมีความปลอดภัยมากที่สุด
 
     
   
     
 

เป็นไปตามข้อกําหนดในประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่193 พ.ศ. 2543 เรื่องวิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ในการผลิต และการเก็บรักษาอาหาร (GMP สุขลักษณะทั่วไป) โดยมีทั้งหมด 6 หมวด ได้แก่

หมวดที่ 1 สถานที่ตั้งและอาคารผลิต
หมวดที่ 2 เครื่องมือ เครื่องจักร และอุปกรณ์การผลิต
หมวดที่ 3 การควบคุมการผลิต
หมวดที่ 4 การสุขาภิบาล
หมวดที่ 5 การบํารุงรักษาและการทำความสะอาด
หมวดที่ 6 บุคลากร

GMP ครอบคลุมตั้งแต่สถานที่ตั้งของสถานประกอบการ โครงสร้างอาคาร เครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์การผลิต ระบบการผลิตที่มีการวางแผนที่ดี มีความปลอดภัย และมีคุณภาพ ได้มาตรฐานทุกขั้นตอน ระบบควบคุมวัตถุดิบที่มีประสิทธิภาพ ทั้งก่อนและระหว่างการผลิต ตลอดจนในผลิตภัณฑ์สําเร็จรูป การจัดเก็บ การตรวจสอบคุณภาพ และการขนส่งจนถึงผู้บริโภค มีระบบบันทึกข้อมูล ตรวจสอบและติดตามผลคุณภาพผลิตภัณฑ์ รวมถึงระบบการจัดการที่ดีในเรื่องสุขอนามัย ทั้งนี้เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้ายมีคุณภาพและมีความปลอดภัย เป็นที่มั่นใจเมื่อถึงมือผู้บริโภค
ในแต่ละหมวดมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้ผู้ผลิตมีมาตรการในการป้องกันการปนเปื้อนและอันตรายจากจุลินทรีย์ สารเคมี และอันตรายทางกายภาพลงสู่ผลิตภัณฑ์ ซึ่งอาจมาจาก
 
     
 

สถานที่ตั้งและอาคารผลิตเป็นพื้นฐานเบื้องต้นของวิธีการที่ดีในการผลิตอาหาร โดยกล่าวถึงการออกแบบโครงสร้างอาคารผลิต
และการเลือกทำเลที่ตั้ง ซึ่งรวมถึงสิ่งแวดล้อม การจัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อให้สถานที่ผลิตสามารถดำเนินการผลิตได้อย่างเหมาะสม
ถูกสุขลักษณะและสุขาภิบาลที่ดี สามารถป้องกันการปนเปื้อนจากอันตรายต่างๆที่อาจเข้าสู่กระบวนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

1.1 สถานที่ตั้งและสิ่งแวดล้อม
สถานที่ผลิตต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี ไม่อยู่ใกล้เคียงกับสถานที่น่ารังเกียจ เช่น คอกปศุสัตว์
หรือสถานที่เลี้ยงสัตว์ แหล่งเพาะพันธุ์สัตว์ แมลง กองขยะ สถานที่ผลิตวัตถุมีพิษหรือสารเคมี หรือแหล่งเสื่อมโทรม อันอาจจะทำให้เกิดการปนเปื้อนที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัยของผู้บริโภค อาคารผลิตต้องแยกเป็นสัดส่วนจากที่พักอาศัย ถนนที่ใช้เป็นทางเข้าออก ภายในสถานที่ผลิตต้องเรียบ และไม่ก่อให้เกิดการฟุ้งกระจายของฝุ่นละออง นอกจากนี้ต้องจัดให้มีทางระบายนำ้ทิ้งที่ไม่ก่อให้เกิดการปนเปื้อนกลับสู่บริเวณผลิต และน้ำทิ้งสามารถไหลสู่ทางสาธารณะได้อย่างเหมาะสม

1.2 อาคารผลิต
ต้องมีขนาดเหมาะสมกับการปฏิบัติงาน มีการออกแบบและก่อสร้างในลักษณะที่ง่ายแก่การบำรุงสภาพ รักษาความสะอาด และสะดวกในการปฏิบัติงาน เพื่อให้สามารถป้องกันการปนเปื้อนได้ ดังนี้

1.2.1 บริเวณผลิต
- ต้องแยกบริเวณผลิตอาหารออกเป็นสัดส่วนไม่ปะปนกับที่อยู่อาศัยหรือบริเวณ ที่มีวัตถุมีพิษและแบ่งแยกพื้นที่ให้เป็นสัดส่วน
  เพื่อป้องกันการปนเปื้อนข้ามระหว่างของสุกกับของดิบจากขั้นตอนต่างๆ ไปสู่อาหารในระหว่างการผลิต
- จัดให้มีพื้นที่เพียงพอที่จะติดตั้งเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิตให้เป็นไป ตามลำดับขั้นตอนการผลิต และแบ่งแยกพื้นที่ให้เป็นสัดส่วน     
  เพื่อป้องกันการปนเปื้อน

1.2.2 พื้น ผนังและเพดาน
ทำด้วยวัสดุคงทนแข็งแรงทนทานไม่ชำรุด ผิวเรียบ ไม่ดูดซับน้ำ พื้นมีมุมลาดเอียงสู่ทางระบายน้ำ มีการระบายได้ดี เพดานควรมีความสูงเพียงพอในการปฏิบัติงาน และสะดวกในการทำความสะอาด

1.2.3 ระบบระบายอากาศและแสงสว่าง
- ควรมีการระบายอากาศและความชื้นอย่างเพียงพอเพื่อลดการปนเปื้อนที่อาจเกิดขึ้น
- ควรจัดการให้มีแสงสว่างอย่างเพียงพอและในการติดตั้งหลอดไฟควรมีฝาครอบหลอดไฟเพื่อป้องกันไม่ให้เศษแก้วจากหลอดไฟ
  ตกลงสู่อาหารที่กำลังผลิต

1.2.4 การป้องกันสัตว์และแมลง
- ต้องมีการจัดทำมาตรการการป้องกันสัตว์และแมลงเข้าสู่อาคารผลิตซึ่งจะเป็นพาหนะที่นำเชื้อโรค เข้าสู่อาหาร
- ช่องเปิดเข้าสู่อาคาร (หน้าต่าง ช่องระบายอากาศ ฯลฯ) ควรมีการติดตั้งมุ้งลวด ตาข่าย ที่ สามารถล้างทำความสะอาดได้
- ส่วนบริเวณทางเข้าออก อาคารผลิตควรมีประตู หรือม่านพลาสติกที่ปิดสนิท ไม่มีช่องว่างด้านบนและด้านล่าง
 
     
   
     
 

เครื่องมือ เครื่องจักร และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องในการผลิต เป็นเครื่องมือสำคัญในการผลิตอาหาร ที่ช่วยควบคุมกระบวนการผลิตอาหาร
ให้เกิดความปลอดภัย ไม่เป็นแหล่งสะสมคราบสกปรกอันอาจปนเปื้อนลงสู่อาหาร ดังนั้น เครื่องมือ เครื่องจักร และอุปกรณ์ต่างๆ จะต้องทำจากวัสดุที่เหมาะสมมีการออกแบบและติดตั้งอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการรวมทั้งสามารถถอดล้างทำความสะอาดได้ง่าย
โดยเฉพาะในส่วนที่สัมผัสกับอาหารโดยตรง ซึ่งจะเป็นการช่วยลดหรือกำจัดอันตรายที่อาจเกิดกับอาหารได้อย่างเหมาะสมตามขั้นตอน
กระบวนการผลิต ตลอดจนป้องกันการปนเปื้อนจากอุปกรณ์ลงสู่อาหาร

2.1 การออกแบบและการติดตั้ง
ต้องคำนึงถึงการป้องกันการปนเปื้อนและการใช้งานได้สะดวก

2.1.1 วัสดุที่ใช้ทำเครื่องมือ เครื่องจักร และอุปกรณ์การผลิตที่สัมผัสกับอาหาร
- ต้องทำด้วยวัสดุผิวเรียบ ไม่เป็นสนิม ไม่เป็นพิษและทนต่อการกัดกร่อน เช่น ทำด้วยโลหะไร้สนิมหรือสแตนเลส    
   มีลักษณะที่ง่ายแก่การทำความสะอาดอย่างทั่วถึง เช่น ถอด ล้าง แช่น้ำยาได้ หรือไม่มีซอก มุม เป็นต้น

2.1.2 รอยเชื่อมต่อของภาชนะ และอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิต
- ต้องเรียบ เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งสะสมของเชื้อจุลินทรีย์ สามารถตรวจสอบได้โดยใช้การสังเกตและมือสัมผัส

2.1.3 การติดตั้งเครื่องมือ เครื่องจักร และอุปกรณ์การผลิต
- ต้องมีการติดตั้งอย่างถูกต้องเหมาะสม และเป็นไปตามสายงานการผลิต โดยคำนึงถึงการป้องกันการปนเปื้อนที่อาจเกิดขึ้น
- ควรติดตั้งในตำแหน่งที่สามารถทำความสะอาดตัวเครื่องมือเครื่องจักร และบริเวณพื้น ผนังได้ง่ายและทั่วถึง

2.2 พื้นผิวหรือโต๊ะปฏิบัติงานที่สัมผัสอาหาร
- ต้องทำด้วยวัสดุผิวเรียบไม่เป็นสนิม ไม่เป็นพิษ ทนต่อการกัดกร่อน และสูงจากพื้นไม่น้อยกว่า 60 ซม. ป้องกันการปนเปื้อน

2.3 จำนวนเครื่องมือ เครื่องจักร
ควรมีจำนวนเพียงพอ และเหมาะสมต่อการปฏิบัติงานในแต่ละประเภท เพื่อป้องกันการปะปนกัน หรือเกิดความล่าช้าในการผลิตอันอาจทำให้เชื้อจุลินทรีย์เจริญเติบโตจนทำให้อาหารเน่าเสียได้

 
     
   
     
   
 


การควบคุมกระบวนการผลิต คือ การกำกับดูแลการผลิตตั้งแต่วัตถุดิบ น้ำ ไอน้ำที่ใช้สัมผัสอาหาร การควบคุมอุณหภูมิและเวลาในขั้นตอน
ของกระบวนการต่าง ๆ รวมทั้งควบคุมการขนย้ายระหว่างกระบวนการผลิต การเก็บรักษา การขนส่ง การใช้ภาชนะบรรจุ ตลอดจนการใช้วัตถุเจือปนอาหารให้เป็นไปอย่างถูกต้อง เพื่อลดและกำจัดอันตรายทางกายภาพ เคมี และจุลินทรีย์

หลักการ การควบคุมให้มีปริมาณจุลินทรีย์เริ่มต้นต่ำที่สุด และสามารถทำลายจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคได้ตลอดจนป้องกันการปนเปื้อนจากสิ่งแวดล้อม
ลงสู่อาหาร ตั้งแต่ก่อนการผลิต ระหว่างการผลิต หลังการผลิตภายหลังการฆ่าเชื้อ และการบรรจุ เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าอาหารนั้น
มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค

3.1 วัตถุดิบ ส่วนผสมต่าง ๆ และภาชนะบรรจุ
- คัดเลือกวัตถุดิบที่มีคุณภาพดี มีการล้างหรือทำความสะอาดตามความจำเป็น และเก็บรักษาภายใต้สภาวะป้องกันการปนเปื้อนได้โดยให้มีการ
  เสื่อมสภาพน้อยที่สุด
- มีระบบการนำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น วัตถุดิบที่เข้ามาก่อนสามารถถูกนำไปใช้ก่อนได้อย่างสะดวก(first in-first out)

3.2 การขนย้ายวัตถุดิบ ส่วนผสม ภาชนะบรรจุ มีการจัดการในลักษณะที่ไม่เกิดการปนเปื้อน

3.3 น้ำและไอน้ำที่สัมผัสอาหารต้องมีคุณภาพมาตรฐานตามที่กำหนดในประกาศกระทรวงสาธารณสุข

3.4 การควบคุมกระบวนการผลิต

3.4.1 การใช้วัตถุเจือปนอาหาร ให้ใช้ในปริมาณที่กฎหมายกำหนดและควรใช้การชั่งตวง ด้วยอุปกรณ์ที่มีความเที่ยงตรง แม่นยำ

3.4.2 การควบคุมอุณหภูมิและเวลา
- ต้องมีความถูกต้องตามที่กำหนดในกระบวนการผลิต เนื่องจากอุณหภูมิและเวลามีผลต่อการควบคุมปริมาณจุลินทรีย์ในอาหาร
  ทั้งชนิดที่ก่อให้เกิดโรคและที่ทำให้อาหารเสื่อมเสีย

3.5 ผลิตภัณฑ์
- มีการตรวจสอบวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์โดยห้องปฏิบัติการเพื่อตรวจสอบความปลอดภัยทุกปี และเก็บบันทึกไว้อย่างน้อย 2 ปี
- มีการคัดแยกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพไม่ได้มาตรฐานไปดำเนินการอย่างเหมาะสม เช่น การทำลายทิ้ง เป็นต้น
- มีการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ในสภาวะที่เหมาะสม ไม่ก่อให้เกิดการเจริญเติบโตหรือเพิ่มจำนวนจุลินทรีย์หรือทำให้เกิดความเสียหาย
  ต่อภาชนะบรรจุจนก่อให้เกิดการปนเปื้อน
- มีการขนส่งในลักษณะที่ป้องกันการปนเปื้อนและเสื่อมสลาย

3.6 การบันทึกและการรายงานผล
- บันทึกผลการวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ เช่น ปริมาณวัตถุกันเสีย จุลินทรีย์ ที่ทำให้เกิดโรค
- ข้อมูลชนิด และปริมาณของการผลิต
- วัน เดือน ปี ที่ผลิตโดยให้เก็บบันทึกและรายงานไว้อย่างน้อย 2 ปี เพื่อให้มีหลักฐานไว้ตรวจสอบกรณีมีเรื่องร้องเรียนหรือกรณีผลการตรวจ 
  เฝ้าระวังไม่ผ่าน

 
     
   
     
   
     
 

การสุขาภิบาล เป็นเกณฑ์ที่กำหนดสิ่งอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานทั้งหลาย เช่น น้ำใช้ ห้องน้ำ ห้องส้วม อ่างล้างมือ การป้องกันสัตว์
กำจัดสัตว์และแมลง ระบบกำจัดขยะมูลฝอย และทางระบายน้ำทิ้ง ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยส่งเสริมให้เกิดสุขลักษณะของสถานที่ตั้งและอาคารผลิต เครื่องมือ เครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้ในกระบวนการผลิต และการควบคุมกระบวนการผลิตให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

4.1 น้ำใช้ภายในสถานที่ผลิตโรงงาน หมายถึง น้ำที่ไม่ได้สัมผัสอาหารโดยตรง ได้แก่ น้ำใช้ล้างมือ ภาชนะเครื่องมือ เครื่องจักร ซึ่งควรเป็นน้ำสะอาด
ที่มีการปรับคุณภาพตามความจำเป็น

4.2 ระบบกำจัดขยะมูลฝอย จัดให้มีภาชนะสำหรับใส่ขยะพร้อมฝาปิดในจำนวนที่เพียงพอและตั้งอยู่ในที่ที่เหมาะสมโดยเฉพาะศูนย์ทิ้งขยะ
ที่รอการกำจัด ควรแยกบริเวณให้ไกลจากอาคารผลิต

4.3 ทางระบายน้ำทิ้ง มีอุปกรณ์ดักเศษอาหารอย่างเหมาะสมเพื่อป้องกันการอุดตันและการปนเปื้อนกลับเข้าสู่กระบวนการผลิตอาหารนอกจากนี้
ปลายท่อระบายน้ำที่เปิดออกสู่ภายนอกอาคารผลิตควรติดตั้งตะแกรงเพื่อป้องกันสัตว์พาหะที่อาจเข้าสู่บริเวณผลิต การบำรุงรักษา
และทำความสะอาดจะช่วยให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ควรจัดให้มีการทำความสะอาดตัวอาคาร พื้น ผนัง เพดาน อย่างสม่ำเสมอ
และมีการดูแลรักษาสภาพของเครื่องมือ เครื่องจักร และอุปกรณ์ในการผลิตให้ทำงานได้ดี มีความปลอดภัย และไม่มีการปนเปื้อนกับ
กระบวนการผลิตและผลิตภัณฑ์

4.4 ห้องส้วม และอ่างล้างมือหน้าห้องส้วม
- ต้องถูกสุขลักษณะ มีการติดตั้งอ่างล้างมือ สบู่เหลว น้ำยาฆ่าเชื้อโรค และควรมีอุปกรณ์ทำให้มือแห้ง
- ห้องน้ำ ห้องส้วมต้องแยกจากบริเวณที่ผลิตหรือประตูไม่เปิดสู่บริเวณ ผลิตโดยตรง และต้องมีจำนวนเพียงพอต่อพนักงาน คือ มีจำนวน
  ห้องน้ำอย่างน้อย 1 ห้อง และอ่างล้างมืออย่างน้อย 1 อ่างต่อ พนักงาน 15 คน

4.5 อ่างล้างมือบริเวณผลิต
จัดให้มีอ่างล้างมือในบริเวณผลิตตามความเหมาะสมในจำนวนที่เพียงพอ มีสบู่เหลวสำหรับล้างมือ น้ำยาฆ่าเชื้อบนมือ
รวมทั้งควรมีอุปกรณ์ทำให้มือแห้งอย่างถูกสุขลักษณะ เช่น กระดาษเช็ดมือ อุปกรณ์เป่าลมร้อน เป็นต้น

4.6 การป้องกันและกำจัดสัตว์และแมลง
ให้มีมาตรการป้องกันและกำจัดหนู แมลง และสัตว์พาหะอื่นๆ เช่น การวางกับดักหรือกาวดักหนู แมลงสาบ เป็นต้น

 
     
   
     
   
     
 

การบำรุงรักษาและทำความสะอาดจะช่วยให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ควรจัดให้มีการทำความสะอาดตัวอาคาร พื้น ผนัง เพดาน อย่างสม่ำเสมอ และมีการดูแลรักษาสภาพของเครื่องมือ เครื่องจักร และอุปกรณ์ในการผลิตให้ทำงานได้ดี มีความปลอดภัย และไม่มีการปนเปื้อนกับกระบวนการผลิตและผลิตภัณฑ์

5.1 ตัวอาคารสถานที่ผลิต
ตัวอาคารผลิตทั้งพื้น ผนัง เพดาน และอุปกรณ์ยึดติดผนังหรือเพดาน ต้องอยู่ในสภาพที่สะอาด มีวิธีการหรือมาตรการดูแล
และทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ

5.2 เครื่องมือ เครื่องจักร และอุปกรณ์ในการผลิต
- ต้องมีการทำความสะอาด ดูแล และเก็บรักษา ให้อยู่ในสภาพที่สะอาดทั้งก่อนและหลังการผลิตอย่างสม่ำเสมอและพร้อมที่จะใช้งานได้อยู่เสมอ
- สำหรับชิ้นส่วนของเครื่องมือ เครื่องจักรต่างๆ ที่อาจเป็นแหล่งสะสมของเชื้อจุลินทรีย์
  หรือก่อให้เกิดการปนเปื้อนในอาหาร หลังจากทำความสะอาด อย่างเหมาะสมแล้วควรมีการฆ่าเชื้อ เช่น การลวกด้วยน้ำร้อนก่อนการใช้งานเป็นต้น
- การลำเลียงเครื่องมือ เครื่องจักร และอุปกรณ์ที่ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อแล้ว ควรทำในสภาพที่สามารถป้องกันการปนเปื้อนได้

5.3 สารเคมีทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ
- จัดเก็บสารเคมีทำความสะอาดและฆ่าเชื้อและสารเคมีที่ใช้ในการบำรุงรักษา แยกออกจากสารเคมีที่ใช้ในการกำจัด
  สัตว์แมลง โดยเฉพาะต้องแยกจากสารเคมีที่ใช้ในการผลิต อาหาร เช่น วัตถุเจือปนอาหาร เป็นต้น
- การนำไปใช้งานต้องทราบสัดส่วนการผสม วิธีการใช้งาน และข้อควรระวังต่างๆ
- จัดเก็บสารเคมีควรแยกออกจากบริเวณที่เก็บอาหาร และมีป้ายระบุชนิดและประเภทอย่างชัดเจน

 
     
   
     
   
     
 

บุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการผลิตเป็นปัจจัยสำคัญอันจะทำให้การผลิตเป็นไปอย่างถูกต้องตามขั้นตอนและวิธีปฏิบัติงาน รวมทั้งสามารถป้องกันการปนเปื้อนจากการปฏิบัติงานและตัวบุคคลเอง เนื่องจากร่างกายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคและสิ่งสกปรกต่างๆ ที่อาจปนเปื้อนลงสู่อาหารได้ ซึ่งการปฏิบัติงานที่ไม่ถูกต้องหรือไม่ถูกสุขลักษณะอาจเป็นสาเหตุของการปนเปื้อนของอันตรายทั้งทางด้านกายภาพ
เคมี และจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดความเจ็บป่วยต่อผู้บริโภคได้ ดังนั้นบุคลากรต้องมีสุขภาพดี และควรดูแลรักษาสุขภาพและความสะอาด
ส่วนบุคคลอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งผ่านการอบรมเพื่อพัฒนาจิตสำนึกและความรู้ในการปฏิบัติงานอย่างถูกต้องและเหมาะสม

6.1 สุขภาพ ผู้ปฏิบัติงานในบริเวณผลิตต้องมีสุขภาพดี
- ไม่เป็นโรคเรื้อน วัณโรคในระยะอันตราย ติดยาเสพติด พิษสุราเรื้อรัง เท้าช้าง และโรคผิวหนังที่น่ารังเกียจ
- ไม่เป็นโรคหรือเป็นพาหะของโรค คือ โรคทางเดินหายใจ หรือทางเดินอาหารหรือมีบาดแผลอันอาจก่อให้เกิดการ
   ปนเปื้อนกับกระบวนการผลิตและผลิตภัณฑ์
- ผู้ที่มีอาการ ไอ จาม เป็นไข้ ท้องเสีย ตาแดงหรือตาอักเสบ ควร หลีกเลี่ยงจาการปฏิบัติงานเกี่ยวกับอาหาร
- กรณีที่พนักงานเกิดบาดแผลและต้องปฏิบัติงานที่สัมผัสอาหาร จะต้องปิดหรือพันแผลและสวมถุงมือ เพื่อป้องกันมิให้เกิดการ ปนเปื้อนลงสู่อาหาร

6.2 สุขลักษณะ ผู้ปฏิบัติงานที่สัมผัสกับอาหารควรมีการแต่งกายที่เหมาะสมดังนี้
- สวมเสื้อหรือชุดกันเปื้อนที่สะอาดและเหมาะสมต่อการปฏิบัติงาน เช่นผู้ปฏิบัติงานในบริเวณผลิตที่มีความเปียกชื้น
  ควรสวมผ้ากันเปื้อนพลาสติกที่กันน้ำ
- มือและเล็บของพนักงานถือว่าเป็นส่วนที่สัมผัสกับอาหารมากที่สุดดังนั้นพนักงานควรไว้เล็บสั้น และไม่ทาเล็บ
- ควรสวมผ้าปิดปากในขั้นตอนการผลิตอาหารที่จำเป็นต้องมีการป้องกันการปนเปื้อนพิเศษ
- สวมหมวกคลุมผม หรือตาข่ายคลุมผมที่ออกแบบให้สามารถป้องกันการหลุดร่วงของเส้นผมสู่อาหาร
- หากสวมถุงมือในการปฏิบัติงาน ถุงมือที่ใช้ควรอยู่ในสภาพที่ไม่ชำรุด สะอาดและทาด้วยวัสดุที่ไม่มีสารละลายหลุดออกมาปนเปื้อนอาหาร 
  และของเหลวซึมผ่านไม่ได้ กรณีไม่สวมถุงมือต้องมีมาตรการให้พนักงานล้างมือ เล็บ แขนให้สะอาด
- การล้างมืออย่างถูกสุขลักษณะเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องปฏิบัติทุกครั้งทั้งก่อนและหลังปฏิบัติงาน และภายหลังออกจากห้องน้ำห้องส้วม 
  เพื่อลดการปนเปื้อนจากพนักงานสู่อาหาร
- ไม่สูบบุหรี่ ไม่บ้วนน้ำลาย ไม่สั่งน้ำมูกขณะปฏิบัติงาน
- ไม่สวมเครื่องประดับต่าง ๆ รวมทั้งสายสิญจน์ขณะ ปฏิบัติงาน และไม่นำสิ่งของส่วนตัวหรือสิ่งของอื่น ๆ เข้าสู่บริเวณผลิตอาหาร
- ในขณะปฏิบัติงานไม่ควรแกะ แคะ เกา เช่น การแกะสิว เกาศีรษะ สลัดผม การไอหรือจามในบริเวณแปรรูปอาหารหรือหากจำเป็น
  ต้องล้างมือทุกครั้ง
- ไม่ควรรับประทานอาหาร เช่น หมากฝรั่ง ลูกอม ขณะ ปฏิบัติงานอยู่ในบริเวณผลิต หรือการกระทำใดๆอย่างอื่นที่จะก่อให้เกิดความสกปรก

6.3 การฝึกอบรม
 มีการฝึกอบรมพนักงานด้านสุขลักษณะและความรู้ทั่วไปในการผลิตอาหารอย่างน้อยปีละ 1 ครั้งหรือมีการติดป้ายคำเตือน คำแนะนำด้านสุขลักษณะตามจุดปฏิบัติงานต่างๆ เพื่อเป็นการเตือนคนงานให้ปฏิบัติถูกต้องตามหลักสุขาภิบาล

6.4 ผู้ไม่เกี่ยวข้องกับการผลิต
เช่น ผู้เยี่ยมชม เจ้าหน้าที่ผู้ตรวจของรัฐ พนักงานบริษัท เป็นต้น เมื่อเข้ามาอยู่ในบริเวณผลิตต้องปฏิบัติตามกฎข้อบังคับเช่นเดียวกับผู้ปฏิบัติงาน