 |
| |
 |
|
| |
จากชื่อก็พอทราบแล้วว่าก๋วยเตี๋ยวไม่ใช่อาหารไทย ก๋วยเตี๋ยวมีต้นกำเนิดอยู่ที่ประเทศจีน เมื่อประมาณ 2000 ปีมาแล้ว แพร่กระจาย
ในประเทศไทยตั้งเเต่เมื่อไหร่นั้น ไม่มีหลักฐานแน่ชัดแต่เดินทางมาสู่เอเซียตอนใต้ราวศตวรรษที่ 15 เมื่อชาวจีน
อพยพไปอยู่ในประเทศต่างๆ โดยเฉพาะเอเซียอาคเนย์ จึงนำเอาวัฒนธรรมก๋วยเตึ๋ยวติดตัวไปเผยแพร่ด้วยการเดินทางของก๋วยเตี๋ยว
มายังประเทศไทย น่าจะเริ่มตั้งเเต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เพราะเริ่มมีการค้าขายกับต่างประเทศและมีการ
คาดการณ์กันว่าน่าจะมาพร้อมๆ กับชาวจีนที่อพยพมาตั้งรกรากในเมืองไทยระยะแรกน่าจะทำรับประทานกันเอง
ในแวดวงชาวจีนไม่ได้ทำจำหน่ายเพราะสมัยก่อนคนไทยไม่กินข้าวนอกบ้าน ช่วงเวลาที่ก๋วยเตี๋ยวเริ่มมีจำหน่ายทั่วไป
อย่างเร็วที่สุดก็ในช่วงต้นรัตนโกสินทร์ เพราะระยะนั้นเริ่มมีหาบเร่ขายอาหารบ้างแล้วแต่จากคำบอกเล่าของผู้ใหญ่
ท่านหนึ่งซึ่งเกิดในปีพ.ศ.2458หรือสมัยรัชการที่ 6เล่าให้ฟังว่าท่านเคยเห็นโรงก๋วยเตี๋ยวเป็นครั้งแรกเมื่ออายุ8 ขวบ
ที่ตลาดสมเด็จฯ แถวสะพานพุทธ อาชีพทำเส้นก๋วยเตี๋ยวและขายก๋วยเตี๋ยวเป็นอาชีพของคนจีนโดยเฉพาะ โดยจะ
หาบขายทั่วไป ชามเล็ก 3 สตางค์ ชามใหญ่ 5 สตางค์ปัจจุบันก๋วยเตี๋ยวทั่วไปราคาเริ่มต้นทึ่ชามละ 30บาทแล้ว
ในประเทศไทยก๋วยเตี๋ยวมีการกระจายตัวอย่างกว้างขวางในสมัยที่จอมพล ป.พิบูลสงครามเป็นนายกรัฐมนตรี ระหว่างปี
พ.ศ.2481-2487 ซึ่งในสมัยนั้นภาวะเศรษฐกิจโลกตกต่ำประเทศไทยก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงภาวะนี้ได้ ประกอบกับประเทศไทยมึ
กรณีพิพาทก้บฝรั่งเศสและกรณีเขตแดนกัมพูชา รัฐบาลสมัยนั้นต้องการให้คนในประเทศมีความรักและสามัคคีต่อกัน จืง
ปลูกฝังให้รักไทยนิยมไทย ออกโดยประกาศสำนักงานนายกรัฐมนตรีทั้งหมด 12 ฉบับ ฉบับที่7 กล่าวถืงการร่วมมือกันสร้างชาติ
จึงสงวนอาชีพต่างๆ ไว้ให้คนไทย และสนับสนุนให้คนไทยรู้จักทำมาค้าขายโดยแนะนำให้ “ขายก๋วยเตึ๋ยว”
จอมพล ป.พิบูลสงครามให้เหตุผลว่า ก๋วยเตึ๋ยวเป็นอาหารที่ีดีมีประโยชน์กับร่างกาย ได้รสชาติและทุกอย่างที่เป็น
ส่วนประกอบของก๋วยเตี๋ยวมีอยู่ในประเทศไทย ถ้าทุกคนช่วยกันกินก๋วยเตี๋ยว ชาวไร่ชาวสวน ชาวประมงก็จะขายผลผลิตได้
มากขึ้น เศรษฐกิจก็จะหมุนเวึยนมากขึ้น ทั้งนี้ยังชักชวนให้กระทรวง ทบวง กรมต่าง ขายก๋วยเตึ๋ยวให้แก่ข้าราชการเพื่อกระตุ้น
ให้เกิดกระแสเศรษฐกิจ พร้อมทั้งแนะนำให้เพาะถั่วงอก ทำเส้นก๋วยเตี๋ยวและเครื่องประกอบอื่นๆ ของก๋วยเตี๋ยว ความสำเร็จ
ในการณรงค์ครั้งนี้ไม่มีตัวเลขใดๆ แสดงให้เห็นแต่อย่างน้อยก็จุดประกายให้คนในชาติมีความรักและสมานสามัคคี เป็นหนึ่ง
เดียวกัน และที่สาคัญูที่สุดคือทำให้ก๋วยเตี๋ยวเป็นที่รู้จักและนิยมรับประทานมาถึงทุกวันนี้ |
|
| |
|
|
| |
 |
|
| |
|
|
|
|